ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

บุคลากรถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนองค์กร โออิชิ จึงให้ความสำคัญและใส่ใจความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความปลอดภัย มีการวางระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากลเพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับพนักงาน พร้อมส่งเสริมให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพร่างกายและจิตใจของพนักงาน เพื่อคุณภาพชีวิตในการทำงานและสุขภาพที่ดีของพนักงาน

การดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

โออิชิ กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงานให้ครอบคลุม 4 ด้าน ดังนี้

1. ด้านความปลอดภัย
โออิชิจัดทำระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยสูงสุด คือปราศจากอบัติเหตุ (Zero Accident) และโรคอันเนื่องมาจากการทำงาน (Zero Occupational Diseases) รวมทั้งปลูกฝังให้เกิดวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้
• กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงาน
• กำหนดโครงสร้างการบริหารงานด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน โดยมีการจัดตั้งฝ่ายความปลอดภัย OH&S และแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและเกิดการผลักดันให้งานด้านความปลอดภัยดำเนินไปได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
• จัดทำและขอการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ISO 45001 เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานสากลและสอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและมีการตรวจติดตามประจำปี (Annual Surveillance for Continual Improvement)
• มีการประเมินอันตรายและความเสี่ยงในการทำงาน ครอบคลุมทุกขั้นตอนและทุกพื้นที่การทำงาน รวมทั้งมีการตรวจความปลอดภัย (Safety Patrol) โดยคณะกรรมการความปลอดภัย เพื่อค้นหาอันตรายและความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตราย พร้อมนำผลการตรวจไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น
• กระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเขียน Near Miss Report การทำโครงการปรับปรุง Safety Improvement Project
• มีการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกกรณี เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ และขยายผลไปทุกโรงงานที่มีลักษณะงานหรือความเสี่ยงที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ ได้นำเอาเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีนวัตกรรมด้านความปลอดภัยมาใช้งาน เพื่อลดอุบัติเหตุความเสี่ยง และป้องกันโรคจากการทำงาน
• สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้กับพนักงาน โดยจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ด้านความปลอดภัย รวมทั้งมีการฝึกอบรมมาตรฐานขั้นตอนการทำงาน โดยเน้นให้พนักงานได้ฝึกและทดลองปฏิบัติจริงผ่านการเรียนรู้จาก Safety DOJO และการ On Job Training: OJT
• มีระบบการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น ฝึกซ้อมแผนดับเพลิงและอพยพหนีไฟเป็นประจำทุกปีตามที่กฎหมายกำหนด ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินอื่นๆ ตามลักษณะอันตรายและความเสี่ยงของพื้นที่การทำงาน และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติ เป็นต้น
• เป็นส่วนหนึ่งในระบบ TPM: Total Productive Maintenance เพื่อใช้เทคนิคด้าน TPM ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ให้ทำงานอย่างปลอดภัย ปลอดโรค และมีความสุข

2. ด้านอาชีวอนามัย
สำหรับการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัย โออิชิ ดูแลพนักงานเพื่อให้พนักงานมีสุขภาพและอนามัยที่ดีภายใต้สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีและปลอดภัย ดังนี้
• จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สะอาด ปลอดภัย เหมาะสมตามข้อกำหนดของกฎหมาย ทั้งในส่วนของพื้นที่การทำงาน และส่วนที่เป็นระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงมีห้องพยาบาลที่มีพยาบาลประจำคอยให้การดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น กรณีพนักงานได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย
• กรณีพื้นที่การทำงานมีอันตรายและความเสี่ยง โออิชิมีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขที่ต้นเหตุ แต่ถ้าหากในกรณีที่แก้ไขแล้วยังมีความเสี่ยงเหลืออยู่ โออิชิ จะจัดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมให้กับพนักงาน
• ตรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานตามลักษณะอันตรายและความเสี่ยง เพื่อให้เป็นไปตามหลักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (Industrial Hygiene) และข้อกำหนดของกฎหมาย ทั้งแสง เสียง ความร้อน สารเคมี
• มีการตรวจสุขภาพประจำปีและตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงให้กับพนักงานตามลักษณะอันตรายหรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไม่มีพนักงานเป็นโรคเนื่องจากการทำงาน แต่หากพบว่าพนักงานมีผลการตรวจสุขภาพผิดปกติ จะมีการส่งตรวจซ้ำ และส่งพนักงานเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ รวมทั้งมีการพิจารณาเปลี่ยนลักษณะงาน หรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน/เครื่องมือ เครื่องจักรให้มีความปลอดภัยต่อพนักงานมากขึ้น
• มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ โดยมุ่งเน้นใส่ใจในการป้องกันโรคให้กับพนักงาน เช่น มีกิจกรรมส่งเสริมให้พนักงานออกกำลังกาย และให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ อย่างเหมาะสม

3. ด้านสภาวะแวดล้อมในการทำงาน
โออิชิ ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1: สภาพแวดล้อมทั่วไปและสิ่งแวดล้อม
• เตรียมพร้อมสถานที่ทำงานให้เหมาะสม จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์การทำงาน และเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่เหมาะสมและได้มาตรฐานให้กับพนักงาน
• มีระบบสาธารณูปโภคที่ถูกสุขลักษณะและเหมาะสมให้กับพนักงาน เช่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ พื้นที่พักผ่อน พื้นที่สูบบุหรี่
• จัดทัศนียภาพ สภาพแวดล้อมภายในองค์กรให้น่าอยู่ เป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อความรู้สึกของพนักงาน สร้างแรงบันดาลใจ และผลักดันให้เกิดปลงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำมาสู่ความสำเร็จให้กับองค์กร

ส่วนที่ 2: สภาพแวดล้อมในการทำงาน
• จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและเหมาะสมตามหลัการยศาสตร์ ลดการบาดเจ็บ การเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากโรคจากการทำงาน
• มีระบบการตรวจสอบพื้นที่การทำงานเป็นประจำ (Monthly Safety Patrol) หากพบว่าพื้นที่การทำงานมีอันตรายและความเสี่ยง จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดหรือกำจัดอันตรายนั้นๆ ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานสูงสุด
• มีระบบการตรวจสอบ ตรวจวัด และติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขกรณีที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมาย หรือข้อกำหนดเป็นประจำทุกปี (Annual Monitoring and Measurement) ทั้งนี้ เพื่อมุ่งมั่นให้ผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัยและมีสุขภาพอนามัยในการทำงานที่ดี

4. ด้านการดูแลพนักงานในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19
โออิชิ ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบต่อองค์กรและพนักงานทุกคน โออิชิ จึงมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกัน ดูแล อำนวยความสะดวก และช่วยเหลือพนักงานทุกคน
• บริหารจัดการพื้นที่ในการทำงานตามความเหมาะสม เช่น ปรับที่นั่งทำงานตามหลักการเว้นระยะห่าง 1.8 เมตร (Social Distancing)
• นโยบายการทำงานจากบ้าน (Work from Home) สำหรับกลุ่มพนักงานที่สามารถทำงานผ่านระบบออนไลน์ต่างๆ ได้ เพื่อลดความเสี่ยงสำหรับตัวพนักงานและคนในครอบครัว
• มาตรการด้านความปลอดภัยในการเข้าสถานที่ทำงาน เช่น มีจุดตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 การทำความสะอาดฆ่าเชื้อ การติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ในพื้นที่ต่างๆ การตรวจวัดอุณหภูมิ รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ที่จำเป็นในการเข้าพื้นที่ทำงาน
• ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน แทนการสแกนด้วยนิ้วมือในการเข้าทำงานตามสถานที่ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัส
• มอบสวัสดิการเสริมให้กับพนักงาน เช่น อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 การฉีดวัคซีน และโรงพยาบาลรองรับพนักงานที่ติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งทำประกันสุขภาพสำหรับโรคโควิด-19 ให้กับพนักงานทุกคน
• แจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาอนามัย แอลกอฮอล์ ให้กับพนักงานและครอบครัว
• มีศูนย์บริการพนักงานช่วงโควิด-19 ของไทยเบฟ เพื่อให้พนักงานสามารถโทรสอบถามข้อมูลและรับคำปรึกษาการรับมือช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะพนักงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
• มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบเชิงรุกในพนักงานกลุ่มโรงงานโออิชิเป็นประจำทุกๆ หนึ่งเดือน ในพื้นที่ที่การแพร่ระบาดต่ำ และทุกๆ 2 สัปดาห์ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง
• มีการจัดตั้ง Isolation Center ของไทยเบฟ เพื่อเป็นสถานที่พักกักตัวสำหรับพนักงานที่สัมผัสความเสี่ยง ซึ่งไม่สามารถแยกกักตัวเองที่บ้านได้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากบุคคลในครอบครัว รวมถึงช่วยป้องกันการกระจายความเสี่ยงจากตัวพนักงานไปยังบุคคลในครอบครัวด้วย